ซื้อประกันชีวิตหรือยัง? ซื้อประกันชีวิตไว้เท่าไหร่? ซื้อประกันชีวิตกับบริษัทไหน? ฯลฯ คุณลูกค้าคงเคยได้ยินคำถามที่เป็นมาตรฐานเหล่านี้ จากคนที่เป็นตัวแทนประกันชีวิต ทั้งจากคนที่รู้จัก และไม่รู้จักซึ่งเพื่อนเราเป็นผู้แนะนำมาให้ ที่พยายามเสนอขายประกันชีวิตให้คุณลูกค้า ซึ่งบางครั้งอาจสร้างความอึดอัด หรือกดดันให้คุณลูกค้าพอสมควร หากคำถามเหล่านั้นเข้ามาในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสม หรือเอื้ออำนวยให้เกิดบรรยากาศในการสนทนา
แต่ก็นั่นแหละครับ ด้วยความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสินค้าที่ชื่อ “ประกันชีวิต” ที่พอมีผู้เสนอขายเมื่อใด ย่อมก่อให้เกิดบรรยากาศที่รู้สึกตึงเครียดขึ้นมาทันที ทั้ง ๆ ที่สินค้าประกันชีวิต เป็นสิ่งที่ทุกคนควรต้องทำ ส่วนสาเหตุที่ว่าทำไมคนเราต้องซื้อประกันชีวิต ผมเคยเขียนไว้แล้ว ซึ่งในเรื่องนี้จั่วหัวไว้ว่า “ซื้อประกันชีวิต ซื้ออย่างไร? ซื้อแบบไหน?” เอาเป็นว่าในเรื่องนี้เน้นเรื่องการซื้อประกันชีวิตอย่างคุ้มค่า แล้วกันนะครับ
ผมอยากให้คุณลูกค้ามีบรรยากาศและความรู้สึกในการซื้อประกันชีวิต เหมือนความรู้สึกที่คุณลูกค้าเิิดินซื้อของในห้างประเภทไฮเปอร์มาร์เก็ต (แหม พูดซะอ้อมเชียว เอาเป็นว่าเดินซื้อของในโลตัส หรือ บิ๊กซี ก็แล้วกัน ไม่ได้ค่าโฆษณานะครับ) ที่เราสามารถเดินเลือกซื้อของได้อย่างสบายอารมณ์ ไม่ต้องมีพนักงานมาคอยเชียร์ ซึ่งบางครั้งทำให้เรารู้สึกอึดอัด (ผมเนี่ยเป็นประจำ) ซึ่งต่างจากการเดินซื้อของในห้างสรรพสินค้าชื่อดังต่าง ๆ ที่แค่เดินเฉียดเข้าไป แม่เจ้าประคุณก็จะรี่เข้ามาทันที ตัวนั้นลดเ่ท่านี้ มีโปรโมชั่นอย่างนั้น คุณลูกค้าเคยเกิดความรู้สึกอึดอัดไหมครับ
การซื้อประกันชีวิตเช่นเดียวกันครับ ผมว่าถ้าคุณลูกค้าเลือกซื้อตามความพอใจ หรือความต้องการของคุณลูกค้าเอง ผมว่าน่าจะเป็นการดี ถึงดีที่สุด ซึ่งถ้าอยากรู้รายละเอียด หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมตรงไหน ก็สอบถามหรือปรึกษากับตัวแทนประกันชีวิตที่พร้อมจะให้รายละเอียด
ทุก ๆ คน ที่ซื้อประกันชีวิต จะมองเรื่องผลตอบแทนเป็นหลัก ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด ก็แหม เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ผลตอบแทนต่าง ๆ ต้องรอบคอบกันหน่อย ดังนั้นก่อนซื้อประกันชีวิต หัวใจหลัก ๆ ของมัน จะทำอย่างไรให้มันคุ้มค่า ผมว่ามันขึ้นอยู่กับสถานการณ์และเหตุการณ์ตอนที่คุณตัดสินใจซื้อประกันชีวิต แล้วก็ความรู้สึกของคุณลูกค้าเองครับ
ส่วนวิธีเลือกซื้อประกันชีวิต ว่าควรซื้อแบบไหน ผมแนะนำพอเป็นสังเขป นะครับ
- เลือกซื้อกับบริษัท และตัวแทนที่น่าเชื่อถือ
- ฉบับแรกที่คุณเลือกซื้อ ควรเป็นแบบตลอดชีพ เพราะแบบตลอดชีพความคุ้มครองสูง เบี้ยประกันต่ำ แถมยังมีสิทธิซื้อสัญญาเพิ่มเิติมได้ระยะยาวอีกด้วย
- ถ้าคุณยังโสด และคิดว่าจะโสดตลอดไป โดยที่คุณไม่มีภาระต้องเลี้ยงดูใคร แบบที่คุณควรเลือกซื้อ คือแบบสินเกษียณ เพราะคุณต้องมีคนแก่ในอนาคตที่ต้องเลี้ยงดูจำนวน 1 คน นั่นคือตัวคุณเอง
- ถ้าคุณมีครอบครัวที่ต้องดูแล แน่นอนครับ แบบตลอดชีพ น่าจะเป็นแบบที่เลือกซื้อเป็นลำดับแรก ส่วนแบบรอง ๆ ไป ก็ประเภทออมทรัพย์ หรือทุนการศึกษาให้บุตรครับ
สำหรับขนาดหรือทุนประกันชีวิต ที่ควรซื้อ กรณี ถ้าคุณโสด และจะโสดตลอดไป คุณก็คงจะต้องกะแล้วละครับ ว่าในอนาคตตอนเกษียณคุณต้องมีเงินเท่าไหร่ ถึงจะมีชีวิตอยู่ได้โดยที่ไม่ต้องลำบากมากนัก หรือถ้าคุณมีภาระเลี้ยงดูคนในครอบครัว คุณก็ต้องคำนวณว่า ถ้าวันนี้คุณเป็นอะไรไป ทำอย่างไรพวกเขาเหล่านั้นจะดำรงชีพอยู่ได้ต่อไป
อย่าลืมนะครับ ประกันชีวิต เป็นสินค้าประเภทเดียว ที่คุณลูกค้าซื้อแล้วได้เงินคืนครบทุกบาททุกสตางค์ ไม่ว่าคุณจะเสียชีวิตก่อนครบสัญญา หรืออยู่จนครบสัญญา แล้วก็ส่วนใหญ่อยากซื้อประกันชีวิต ในตอนที่ไม่สามารถจะซื้อได้แล้ว คือสุขภาพคุณร่อแร่แล้ว ถึงตอนนั้นนึกถึงประกันชีวิตทุกที เพราะฉะนั้น “ซื้อประกันชีวิต ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้ซื้อ” นะครับ
ต้องการทราบรายละเอียดแบบประกันชีวิตที่เหมาะสมกับท่าน กรุณากรอกรายละเีอียดด้านล่าง
No related posts.




