
การทำประกันชีวิต มีประโยชน์หรือให้โทษ
เพราะหลักการในการทำประกันชีวิต คือการที่บุคคลหนึ่งที่เรียกว่า “ผู้เอาประกันภัย” ได้จ่ายเงินจำนวนหนึ่งที่เรียกว่า “เบี้ยประกัน” ตามจำนวนที่กำหนดไว้ในสัญญา หรือ กรมธรรม์ ให้กับบริษัทประกันภัย เพื่อซื้อความคุ้มครองที่ได้ระบุไว้ในเงื่อนไขของกรมธรรม์ เช่น ถ้าผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตภายในเวลาที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ หรือมีอายุยืนยาวจนครบกำหนดตามที่ระบุไว้ บริษัทประกันจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่ง ที่เรียกว่า “จำนวนเงินเอาประกันภัย” ให้แก่ผู้เอาประกันภัยหรือผู้รับประโยชน์ แล้วแต่กรณี โดยเงื่อนไขความคุ้มครองจะมีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับการเลือกซื้อตามความต้องการและความเหมาะสมของผู้เอาประกันภัยเป็นหลัก
ดังนั้น พอจะจำแนกแจกแจงว่า การที่คน ๆ หนึ่ง ที่เรียกว่า ผู้เอาประกันภัย นั้น ได้จ่ายเงินที่เรียกว่า เบี้ยประกัน ให้กับ บริษัทที่รับประกันภัย เพื่อขอความคุ้มครองให้กับชีวิตของตัวเองนั้น มันก่อให้เกิดประโยชน์ได้ดังนี้
- ประกันชีวิต ช่วยสร้างหลักประกันและความมั่นคงให้แก่ผู้เอาประกันภัยและครอบครัว ความหมาย คือ ถ้าผู้นำครอบครัว ได้ทำประกันชีวิตไว้ แล้วเกิดตายก่อนวัยอันสมควร ก็คือ ตายเร็วเกินไป นั่นแหละ เงินจากประกันชีวิตที่ได้รับ จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทางการเงินของครอบครัวได้ระยะหนึ่งแน่นอน ก็ขึ้นอยู่กับทุนประกันชีวิตที่ได้ทำไว้ ว่าเหมาะสมกับความจำเป็นหรือไม่
- ประกันชีวิต ช่วยให้้เกิดการออมทรัพย์อย่างเป็นระเบียบวินัย และต่อเนื่อง เพราะการประกันชีวิตเป็นการทำสัญญาระยะยาว โดยผู้เอาประกันภัยต้องจ่ายเงินเบี้ยประกันภัยเป็นรายงวด ซึ่งบางรูปแบบของการประกันชีวิต จะมีส่วนของการออมทรัพย์รวมอยู่ด้วย แต่ทั้งนี้จะไม่เหมือนกับการฝากเงินไว้กับธนาคาร ที่สามารถฝาก-ถอน ได้ตลอดเวลา แต่การทำประกันชีวิต ต้องฝากจนครบสัญญา ถึงจะได้รับเงินคืนตามสัญญาที่ได้ระบุไว้ ดังนั้น การออมเงินกับระบบประกันชีวิตจะช่วยสร้างวินัยในการออมได้อีกทางหนึ่ง
- ประกันชีวิต เป็นการระดมเิงินทุนที่อยู่ในรูปของเบี้ยประกันชีวิต ซึ่งบริษัทที่รับประกันภัย สามารถนำไปลงทุนได้ตามที่กฏหมายได้กำหนดไว้ ซึ่งนั่นหมายถึง การหมุนเวียนของเงิน การจ้างงาน และอื่น ๆ และนำมาซึ่งการพัฒนาของประเทศ
- เบี้ยประกันชีวิต ใช้ลดหย่อนภาษีได้ ผมว่าทุกท่านทราบกันอยู่แล้ว ว่าเงินค่าเบี้ยประกันชีวิต สำหรับกรมธรรม์ที่มีระยะเวลาเอาประกันภัยไม่ต่ำกว่า 10 ปี นั้น สามารถไปหักเป็นค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท คุณลูกค้าเคยสงสัยหรือไม่ครับ ว่าทำไมการทำประกันชีวิต ถึงได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ?
คุณลูกค้าส่วนใหญ่ ที่มีตัวแทนประกันชีวิต นำเสนอขาย ก็จะได้ยินได้ฟังว่าประกันชีวิตมีประโยชน์อย่างนั้นอย่างนี้ ไม่เคยมีตัวแทนประกันชีวิตคนใดเลย ที่บอกว่าการทำประกันชีวิตนั้นทำแล้วเกิดโทษกับผู้ทำ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ก็คุณลูกค้าจะเคยได้ยินได้อย่างไรเล่าครับ เพราะการทำประกันชีวิต มันไม่ทำให้เกิดโทษอันใดเลยน่ะสิครับ อันนี้ผมขอยืนยัน
แต่คุณลูกค้า อาจเคยได้ยินปัญหาที่เกิดขึ้นกับการทำประกันชีวิต อาทิ
- ตัวแทนโกง ไม่ส่งเงินเข้าบริษัท ขายเสร็จแล้วก็หายไปเลย
คุณลูกค้าเคยอ่านข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ ว่าพระภิกษุ ระดับเจ้าอาวาส พาสีกาเข้าโรงแรมม่านรูด หรือ เคยเห็นพระภิกษุ เมาสุรา บ้างไหมครับ สิ่งที่คุณลูกค้าอาจจะเคยเห็นนั้น ผมเชื่อว่า ไม่เป็นสาเหตุที่จะทำให้คุณลูกค้าเลิกนับถือศาสนา ใช่หรือไม่ครับ?
คุณลูกค้าอาจจะเคยท้องเสีย เพราะอาหารทะเลสุดโปรดบ้างใช่ไหมครับ และอาจจะเข็ดกับอาหารนั้น ๆ ไปซักระยะหนึ่ง แล้วก็เลือกรับประทานมากขึ้น แต่มันก็ไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณลูกค้า เลิกรับประทานอาหารตลอดไป ใช่หรือไม่ครับ?
- บริษัทประกันเอาเปรียบ รับเงินง่าย แต่จ่ายเงินยาก
คุณลูกค้าคงไม่อยากทำประกัน กับบริษัทที่จ่ายเงินค่าสินไหมโดยไม่ตรวจสอบให้ละเอียดถี่ถ้วน อย่างรอบคอบ ใช่หรือไม่ครับ หากบริษัทจ่ายเงินโดยไม่สมเหตุสมผล ไม่รัดกุมแล้ว สิ่งที่ตามมาคุณลูกค้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นครับ?
ดังนั้น อยู่ที่คุณลูกค้าแล้วหละ่ครับ ว่าเห็นประโยชน์ืของการทำประกันชีวิต ในมุมไหน หรือมองเห็นถึงส่วนประกอบอื่น ๆ ของขั้นตอนในการทำประกันชีวิต ว่ามันเป็นเรื่องวุ่นวาย ไม่เกิดประโยชน์ ทำให้เราเสียเปรียบ ฯลฯ ซึ่งทำให้คุณลูกค้าเสียประโยชน์ในเรื่องที่ไม่ควรเสีย
สรุป คุณลูกค้าว่าการทำประกันชีวิต มีโทษหรือไม่ครับ??
Related posts:




