จำได้ว่าตอน ม.1 ครูสอนภาษาไทย ให้เขียนเรียงความเรื่อง “พระคุณแม่” เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ ด้วยความที่เราไม่ค่อยถนัดในเรื่องขีด ๆ เขียน ๆ ซักเท่าไหร่ ก็ว่าไปตามเรื่องตามราว ให้ครบหนึ่งหน้ากระดาษฟูลสแกป สมัยนี้เป็นกระดาษ A4 ต้องเขียนหนังสือให้ตัวโต ๆ จะได้เต็มหน้า เนื้อหาก็ประมาณเทิดทูนพระคุณแม่ ก็ว่าไปตามประสาเด็ก ๆ ซึ่งอาจจะยังไม่ค่อยเกิดความรู้สึกซาบซึ้งเท่าใดนัก
คงเป็นเหมือนหลาย ๆ คน ที่ไม่กล้าพูดคำว่า “รักแม่นะ” หรือเข้าไปโอบกอดแม่ อาจจะด้วยความรู้สึกไม่เคยชิน แต่ระหว่างเรากับแม่ จะรู้กันว่า เรามีความผูกพัน รักกันมากเพียงไร ซึ่งมันสื่อออกมาจากภาษาใจ ไม่ได้มาจากภาษากาย
ปี 2552 นี้ แม่อายุครบ 60 ปี เราก็เลี้ยงดูท่านตามกำลังที่เรามี ด้วยความตั้งใจ ที่อยากให้แม่มีความเป็นอยู่อย่างสบายที่สุด คงเหมือนกับลูก ๆ ทุกคนที่มีความรู้สึกเหมือน ๆ กัน
วันนี้ มีโอกาสได้เขียนเรียงความเรื่อง “พระคุณแม่” อีกครั้ง ผลก็คือ เหมือนเดิม ไม่รู้จะเขียนอะไร เพราะเขียนไม่ออก แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปคือ ความรู้สึกที่เรารู้สึกว่า เรารักแม่มาก
ผมอาจจะโชคดีกว่าหลาย ๆ คน ที่มีโอกาสได้ตอบแทนพระคุณแม่ ได้บวชให้แม่ ในขณะที่แม่ยังมีชีิวิตอยู่ มีโอกาสได้หาข้าวหาปลาให้แม่กิน หลาย ๆ ท่านที่มีโอกาส อย่าทิ้งโอกาสที่มีค่าที่สุดไปนะครับ ตักข้าวสวยร้อน ๆ ให้แม่หนึ่งจาน ตอนที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ ดีกว่าเราเอาหูฉลามเลิศรส ไปให้แม่กินตอนที่แม่หมดลมหายใจไปแล้วนะครับ
วันแม่ปีนี้ ผมอยากให้แม่มีสุขภาพแข็งแรง อยู่เล่นหวยใต้ดิน ไปอีกอย่างน้อยซัก 40 ปี ผมอยากจะบอกว่า “ผมรักแม่ครับ“
No related posts.




