หลักเกณฑ์เบื้องต้นในการพิจารณารับประกันชีวิต
ความจำเป็นในการพิจารณารับประกันชีวิต
การที่บริษัทประกันชีวิต รับเสี่ยงภัยบุคคลเป็นจำนวนมากที่มีความแตกต่างกันอย่างหลากหลายทั้งด้านอายุ อาชีพ สุขภาพ ฯลฯ นั้น แน่นอนว่า ความยืนยาวหรือความอยู่รอดปลอดภัยของทุกชีวิตนั้นย่อมไม่เท่ากัน ไม่เหมือนกัน ทั้งนี้นอกจากจะขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตนของแต่ละบุคคลแล้ว ยังมีปัจจัยแวดล้อมอีกรอบด้านที่มีผลต่อการสูญเสียชีวิต การเจ็บป่วย หรือการบาดเจ็บ โดยที่ไม่มีผู้ใดจะหยั่งรู้เหตุการณ์ในอนาคตได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่บริษัทประกันชีวิต จะต้องมีมาตรการควบคุมการรับประกันชีวิต หรือการรับโอนความเสี่ยงภัย เพื่อให้อยู่ในวิสัยที่เป็นไปได้ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทประกันชีวิต และให้สอดคล้องกับหลักการหรือวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการประกันชีวิต
การพิจารณารับประกันชีวิต เป็นมาตรการสำคัญที่บริษัทประกันชีวิตใช้กลั่นกรอง คัดเลือกผู้ขอเอาประกันชีวิตให้สามารถรับประกันชีวิตได้เฉพาะกลุ่มบุคคลที่มีอัตราการเสี่ยงภัยอยู่ในเกณฑ์หรือขอบข่ายที่จะไม่ทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงติดตามมา แต่การพิจารณารับประกันชีวิต จะดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับบุคคลหลายฝ่าย นอกจากคุณสมบัติของผู้พิจารณารับประกันชีวิต ซึ่งจำเป็นที่สุดแล้ว ผู้ขอเอาประกันชีวิต และตัวแทนประกันชีวิต ซึ่งจะเป็นผู้ให้ข้อมูลเบื้องต้นที่สำคัญที่ใช้ในการพิจารณารับประกันชีวิต
การพิจารณารับประกันชีวิต เป็นงานที่จำเป็นต้องอาศัยพื้นฐานทางวิชาการ ข้อมูลของผู้เอาประกันชีวิต และความสามารถในการใช้สามัญสำนึก มีวิจารณญาณเฉพาะตนในการพิจารณาดำเนินการ จนถึงขึ้นสรุปผลการพิจารณาอนุมัติ ซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถชี้ชัดลงไปได้ว่า ผลการพิจารณารายใด ๆ นั้น ผิดหรือถูก อีกทั้งการพิจารณารับประกันชีวิต ยังมีขีดจำกัดของข้อมูล เวลา และงบประมาณ จึงเป็นเพียงการประมวลผลข้อมูลและประเมินความเสี่ยงภัยเท่าที่จะได้ในขอบเขตจำกัดขณะนั้นเท่านั้น การตัดสินใจของผู้พิจารณารับประกันชีวิต จะถูกประเมินว่ามีความถูกต้องเหมาะสม เป็นเหตุเป็นผลเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐาน 3 ประการ คือ
1. พื้นฐานความรู้ด้านการประกันชีวิต โดยเฉพาะในส่วนของหลักการพิจารณารับประกันชีวิต ทั้งด้านทั่วไปและด้านการแพทย์ เพื่อให้สามารถใช้เป็นแนวทางพิจารณาประเมินค่าความเสี่ยงภัยของผู้ขอเอาประกันชีวิต
2. พื้นฐานความรู้ด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย ทำให้ทราบและเข้าใจถึงหลักการคำนวณเบี้ยประกันภัย การใช้อัตรามรณะ หรือค่าใช้จ่ายต่อกรมธรรม์ สามารถพิจารณาตัดสินใจว่า ควรรับเสี่ยงภัยในแต่ละรายหรือไม่ ในอัตราเบี้ยประกันภัยอย่างไร เป็นต้น
3. การเป็นผู้มีสามัญสำนึก และวิจารณญาณอย่างดี พอที่จะสามารถพิจารณาว่า ข้อมูลใดมีความน่าเชื่อถือได้เพียงใด ความเสี่ยงภัยนั้นเป็นความเสี่ยงภัยแท้จริง หรือเป็นความเสี่ยงภัยที่หวังเก็งกำไร การขอเอาประกันชีวิต มีเจตนาแอบแฝงหรือไม่ อีกทั้งต้องเป็นผู้มีความละเอียดถี่ถ้วน ช่างสังเกตุ มีความรอบรู้เพียงพอที่จะพิจารณาตัดสินใจ ซึ่งเหล่านี้เป็นความสามารถเฉพาะตัวของผู้พิจารณาอย่างแท้จริง
โดยสรุปแล้ว การจะก้าวสู่ผู้พิจารณามืออาชีพนั้น ต้องอาศัยความรอบรู้ ความชำนาญในงานนี้ อันเกิดจากการใฝ่รู้และประสบการณ์สั่งสม การได้มีโอกาสพิจารณามากราย หลายรูปแบบของปัญหา รวมทั้งการสนใจติดตามสภาวะของแต่ละรายการภายหลังการรับประกันชีวิตแล้ว การเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีความสามารถในการเจรจาต่อรอง ก็เป็นปัจจัยสำคัที่เสริมให้เขาเหล่านั้น มีผลงานการพิจารณารับประกันชีวิต เป็นที่ยอมรับอย่างยากที่จะมีข้อโต้แย้งใด ๆ
สำหรับการพิจารณารับประกันชีวิตนั้น ประเภทสามัญ บริษัทจะตรวจสุขภาพหรือไม่ตรวจสุขภาพผู้ขอทำประกันชีวิตก็ได้ โดยบริษัทประกันชีวิตจะพิจารณาจากอายุ และจำนวนเงินเอาประกันภัย ส่วนประเภทอุตสาหกรรมจะไม่มีการตรวจสุขภาพ เพราะมีระยะเวลารอคอยไว้ในกรมธรรม์ และเป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจากมีจำนวนเิงินเอาประกันชีวิตต่ำ ส่วนการประกันชีวิตประเภทกลุ่ม อาจมีการตรวจสุขภาพ หรือไม่ตรวจสุขภาพก็ได้ และในการพิจารณารับประกันชีวิต หรือปฏิเสธการรับประกันชีวิต ก็จะต้องรับประกัน หรือปฏิเสธการรับประกันทั้งกลุ่ม
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
No related posts.




