
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ได้รับ FWD เมล์ ฉบับนี้ เห็นว่าเป็นประโยชน์ จะได้ทราบวิธีการป้องกันและรักษา หากโดนเจ้าแมลงชนิดนี้ทำร้ายเอา
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
> ถ้าเป็นเด็กที่เรียนสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือวิทยาเขตปราจีน
>
>
>
> คงจะเรียกกันว่า แมลงเฟรชชี่
> เพราะว่ามันจะมาช่วงหน้าที่รับน้องใหม่
>
>
> คงจะเรียกกันว่า แมลงเฟรชชี่
> เพราะว่ามันจะมาช่วงหน้าที่รับน้องใหม่
>
> แต่ชื่อทางการของมันชื่อ
>
>
> แมลงด้วงน้ำมัน
>
>
> ถ้าโดนแล้ว ห้ามเกา เด็ดขาด
> เพราะมันจะลามไปเรื่อยๆ เลย
>
> หนองหรือน้ำเหลืองของเราจะทำให้ลาม
>
> จากอีกจุดเพิ่มเป็นอีกจุดลามเป็นแผลใหญ่
> และที่สำคัญตอนนี้แมลงนี้มีอยู่ใน
> กทม. แล้วด้วย
>
>
>
> เรียน
> ทุกท่านทราบเพื่อเป็นการเตือนถึงอันตรายของแมลง
>
> และอาการที่เกิดขึ้น
>
> (ตามภาพที่แนบมา)
>
>
> ดร.วัฒนา
> อู่วาณิชย์
> เพื่อนที่ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ส่งเมล์มาให้เพื่อกระจายข่าวต่อด้วย
> ค่ะ
>
>
> โปรดระวังแมลงลักษณะนี้ให้ดี
> คนหลายคนถูกแมลงชนิดนี้ทำร้ายหลายรายแล้ว
> หากโดน
> กรุณาพบแพทย์โดยด่วนมิฉะนั้นแผลจะลุกลามไปรวดเร็วมาก
> แมลงชนิดนี้จะไม่กัดหรือต่อย
> แต่ฉี่ของมันมีความเป็นกรดสูงมากและเป็นสาเหตุให้เกิดแผล
> ซึ่งหากเกิดเป็นแผล
> แล้วเอามือไปถูกแผลนั้น
> ให้รีบล้างมือโดยเร็ว
> มิฉะนั้นจะเกิดแผลลุกลามไปยังที่ๆ
>
> เอามือไปสัมผัสต่อไปอีก
>
>
>
>
>
> แมลงด้วงน้ำมัน
>
>
> ถ้าโดนแล้ว ห้ามเกา เด็ดขาด
> เพราะมันจะลามไปเรื่อยๆ เลย
>
> หนองหรือน้ำเหลืองของเราจะทำให้ลาม
>
> จากอีกจุดเพิ่มเป็นอีกจุดลามเป็นแผลใหญ่
> และที่สำคัญตอนนี้แมลงนี้มีอยู่ใน
> กทม. แล้วด้วย
>
>
>
> เรียน
> ทุกท่านทราบเพื่อเป็นการเตือนถึงอันตรายของแมลง
>
> และอาการที่เกิดขึ้น
>
> (ตามภาพที่แนบมา)
>
>
> ดร.วัฒนา
> อู่วาณิชย์
> เพื่อนที่ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ส่งเมล์มาให้เพื่อกระจายข่าวต่อด้วย
> ค่ะ
>
>
> โปรดระวังแมลงลักษณะนี้ให้ดี
> คนหลายคนถูกแมลงชนิดนี้ทำร้ายหลายรายแล้ว
> หากโดน
> กรุณาพบแพทย์โดยด่วนมิฉะนั้นแผลจะลุกลามไปรวดเร็วมาก
> แมลงชนิดนี้จะไม่กัดหรือต่อย
> แต่ฉี่ของมันมีความเป็นกรดสูงมากและเป็นสาเหตุให้เกิดแผล
> ซึ่งหากเกิดเป็นแผล
> แล้วเอามือไปถูกแผลนั้น
> ให้รีบล้างมือโดยเร็ว
> มิฉะนั้นจะเกิดแผลลุกลามไปยังที่ๆ
>
> เอามือไปสัมผัสต่อไปอีก
>
>
>
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
No related posts.





ขอบคุณสำหรับข้อมูลของ ห้องเรียนสวนปาล์มน้ำมัน สิชลประชาสรรค์ มากครับ
เราเีรียกมันว่าด้วงก้นกระดกครับ
ข้อมูล ด้วงก้นกระดก หรือ ด้วงปีกสั้น หรือ ด้วงก้นงอน (อังกฤษ:Rove beetle,ชื่อวิทยาศาสตร์: Paederus fuscipes Curtis) เป็นด้วงขนาด เล็กประมาณ 7 มม. ส่วนหัวมีสีดำ ปีกน้ำเงินเข้ม และส่วนท้องมีสีส้มมีความสามารถในการเคลื่อนไหว ได้รวดเร็ว และมักจะงอส่วนท้องส่ายขึ้นลงเมื่อเกาะ อยู่กับพื้น จึงมักเรียกว่า “ด้วงก้นกระดก” จัดอยู่อันดับ Coleoptera วงศ์ Staphyinidae พบกระจายทั่วโลก กว่า 20 ชนิด สำหรับชนิดที่พบได้ในประเทศไทยมี ด้วงชนิดนี้อาศัยบริเวณพงหญ้าที่มีความชื้น ชอบออกมาเล่นไฟ โดยเฉพาะจะมีมากในฤดูฝน ด้วงชนิดนี้สามารถปล่อยสารพิษที่เรียกว่า “paederin” ออกมา สารชนิดนี้มีความเป็นพิษทำลายเนื้อเยื่อ ผู้ที่สัมผัสลำตัวด้วงชนิดนี้ จะมีอาการปวดแสบปวดร้อน คัน ในรายที่เป็นมาก อาจมีไข้ปวดศีรษะ หากเข้าตาอาจทำให้ตาบอดได้ แผลจะมีลักษณะเป็นทางยาว อาจจะพบเป็นตุ่มใส (vesicle) อาการเหล่านี้จะหายเองได้ภายใน 7 – 10 วัน ควรทำความสะอาดแผลและปิดปากแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อ อาจใช้ยาสมานแผลพวกยาแก้แพ้ได้ เบื้องต้นหลังจากทราบว่าสัมผัสด้วงชนิดนี้ควรล้างด้วยน้ำสะอาดทันที หากอาการไม่ดีขึ้นให้พบแพทย์ แต่ก็มีประโยชน์ในทางเป็นการควบคุมการระบาดของแมลงศัตรูพืช โดยด้วงก้นกระดกจะช่วยกำจัดไข่หนอนผีเสื้อ ทำลายไข่และหนอนของแมลงวัน
[...] แมลงวิธีป้องกันและรักษาอาการเบื้องต้น หากโดนเจ้าแมลงตัวนี้ทำร้ายเอา This entry was posted on Thursday, September 24th, 2009 at 11:54 pm and is filed under การศึกษา. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site. [...]