หลักการพื้นฐานเกี่ยวกับการประกันชีวิต
1. หลักส่วนได้ส่วนเสียในการขอเอาประกันชีวิต
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 863 บัญญัติไว้ว่า “ อันกรมธรรม์ประ กันชีวิตนั้น ถ้าผู้เอาประกันภัยนั้นมิได้มีส่วนได้เสียในเหตุที่เอาประกันชีวิต ท่านว่า ย่อมไม่ผูกผันคู่กรมธรรม์แต่อย่างหนึ่งอย่างใด”
ส่วนได้เสียในการขอเอาประกันชีวิต หมายถึง การขอเอาประกันชีวิตของบุคคลซึ่ง
การเสียชีวิตของบุคคลผู้ถูกเอาประกันชีวิตจะนำความเสียหาย ทางการเงินอันประมาณค่ามิได้หรือส่งผลกระทบทางจิตใจอย่างรุนแรงต่อ ผู้ขอเอาประกันชีวิต ซึ่งการประกันชีวิตเป็นเพียงการชดเชยความสูญเสียทางการเงินเหล่านั้นให้แก่ ผู้ได้รับความเสียหาย อันหมายถึงผู้ขอเอาประกันชีวิตนั่นเอง ผู้ขอเอาประกันชีวิตจึงต้องมีส่วนได้เสียในชีวิตที่เอาประชีวิตนั้น โดยบุคคลทั่วไปบุคคลย่อมมีส่วนได้เสียในชีวิตของตนเอง และค่าของชีวิตแต่ละบุคคลมิอาจระบุได้ว่าเป็นจำนวนเงินเท่าใด ผู้ขอเอาประกันชีวิตจึงมีสิทธิที่จะเอาประกันชีวิตของตนเองได้ตามกฎหมาย แต่มีข้อจำกัดในการพิจารณารับประกัน ซึ่งจะพิจารณารับในจำนวนเงินที่เหมาะสมกับส่วนได้เสียที่ตีค่าเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจของชีวิตเขาเท่านั้น ปัญหาเรื่องส่วนได้ส่วนเสียในการขอเอาประกันชีวิต ส่วนใหญ่เป็นกรณีที่ผู้ขอเอาประกันชีวิตกับผู้เอาประกันภัยมิใช่บุคคลเดียว กัน กล่าวคือ ผู้ขอเอาประกันชีวิตขอเอาประกันชีวิตบุคคลอื่น โดยที่ตนเองเป็นผู้ชำระเบี้ย การพิจารณาส่วนได้เสียจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้พิจารณาต้องใช้ความรอบคอบและข้อมูลประกอบชัดเจนและเพียงพอ การพิจารณาจะมุ่งประเด็นจุดประสงค์ในการขอเอาประกันชีวิต ความสัมพันธ์ของผู้ขอเอาประกันชีวิตกับผู้เอาประกันภัยว่ามีเจตนาอย่างไร เหตุใดจึงขอเอาประกันชีวิต มีความสัมพันธ์ที่ก่อให้เกิดส่วนได้เสียเพียงพอที่จะเป็นเหตุเป็นผลที่ชัดเจนว่า การเสียชีวิตของผู้เอาประกันภัยจะนำความเสียหายมายังผู้ขอเอาประกันชีวิตมากกว่าที่เขาจะมีชีวิต
การขอเอาประกันชีวิตบุคคลอื่นมีหลายกรณี ได้แก่
- บุคคลในครอบครัว
บุคคลในครอบครัวที่สามารถพิจารณาได้ว่า มีส่วนได้เสียในชีวิตซึ่งกันและกัน ควรเป็นผู้ที่สืบสายเลือดโดยตรง หรือมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ได้แก่ บิดา มารดา สามี ภรรยา หรือบุตร ส่วนพี่น้อง ลุงป้า น้าอา หลาย อาจขอเอาประกันชีวิตให้แก่กันได้ แต่ต้องมีข้อมูลประกอบชัดเจนว่ามีการอุปการะซึ่งกันและกันอย่างใกล้ชิด โดยมีความเหมาะสมด้านอื่นๆ ด้วย เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นการขอเอาประกันชีวิต เพื่อมุ่งหวังผลประโยชน์จากการเสียชีวิตของอีกฝ่ายหนึ่ง
- เจ้าหนี้- ลูกหนี้
เจ้าหนี้ย่อมมีส่วนได้เสียในชีวิตของลูกหนี้ เพราะหากลูกหนี้เสียชีวิตในระหว่างกรมธรรม์ เจ้าหนี้ก็หมดโอกาสที่จะติดตามการชำระหนี้ต่อไป แต่ต้องเป็นกรณีหนี้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน มีหลักฐานการกู้ยืมถูกต้องตามกฎหมาย จำนวนเงินที่ขอเอาประกันชีวิตไม่เกินมูลหนี้ และควรกำหนดผู้รับประโยชน์ร่วม กรณีที่มูลหนี้ลดลงเรื่อยๆ ตามระยะเวลาที่ผ่านไป เพื่อความสะดวกหากมีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน เว้นแต่จะเป็นแบบประกันชีวิตเฉพาะที่จำนวนเงินเอาประกันภัยจะลดลงตามมูลหนี้ที่ลดลงและกรมธรรม์จะสิ้นสุดลงเมื่อมีการชำระหนี้ครบ ในทางกลับกัน ลูกหนี้ไม่มีส่วนได้เสียในชีวิตของเจ้าหนี้ จึงไม่อาจขอเอาประกันชีวิตได้
- นายจ้าง- ลูกจ้าง
นายจ้างมีส่วนได้เสียในชีวิตของลูกจ้าง ในกรณีที่การเสียชีวิตของลูกจ้างนำความเสียหายในเชิงธุรกิจมาสู่นายจ้าง เช่น อาจทำให้งานหยุดชะงัก หรือผลสำเร็จของงานขึ้นอยู่กับการทรงชีพของเขา อาจเป็นการขอเอาประกันชีวิตเพื่อทดแทนความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานที่ฝ่ายนายจ้างต้องรับผิดชอบหากลูกจ้างเสียชีวิตในระหว่างการจ้างงาน ทั้งนี้จำนวนเงินเอาประกันชีวิตต้องสอดคล้องเหมาะสมกับเหตุผลที่ขอเอาประกันชีวิตด้วย
- หุ้นส่วน
ในการทำธุรกิจ หุ้นส่วนที่มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายย่อมมีส่วนได้เสียซึ่งกันและกันเพราะหากหุ้นส่วนคนหนึ่งคนใดเสียชีวิตลง อาจทิ้งภาระรับผิดชอบให้กับหุ้นส่วนที่เหลือ การพิจารณารับประกันควรทราบชัดเจนในประเด็นที่ขอเอาประกัน มีหลักฐานการเป็นหุ้นส่วน และจำนวนเงินเอาประกันภัยต้องเหมาะสม ในการพิจารณารับประกันให้ความสำคัญต่อการพิจารณาประเด็นผู้รับประโยชน์ เนื่องจากกฎหมายมิได้ระบุว่าผู้รับประโยชน์จะต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียด้วย ผู้รับประโยชน์จึงเป็นใครก็ได้ตามความประสงค์ของผู้เอาประกันภัย ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาการปองร้ายต่อชีวิตผู้เอาประกันภัยโดยหวังประโยชน์ตามกรมธรรม์ โดยทั่วไปผู้รับประโยชน์จึงควรเป็นผู้มีส่วนได้เสียในชีวิตของผู้เอาประกันภัย เช่นเดียวกับการขอเอาประกันชีวิตผู้อื่น กล่าวคือหากเป็นการขอเอาประกันชีวิตตนเอง ผู้รับประโยชน์ควรเป็นทายาททางสายโลหิต หรือบุคคลในครอบครัวที่มีการอุปการะเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิด เช่น บิดา มารดา บุตร สามี ภรรยา และหากเป็นการขอเอาประกันชีวิตบุคคลอื่น ผู้รับประโยชน์มักจะเป็นตัวผู้ขอเอาประกันชีวิตซึ่งเป็นผู้ชำระเบี้ยประกัน และเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเสียชีวิตของผู้เอาประกันภัย เช่น บิดาขอเอาประกันชีวิตบุตร โดยบิดาเป็นผู้ชำระเบี้ยและเป็นผู้รับประโยชน์ มีบางกรณีที่ผู้ขอเอาประกันชีวิตเอาประกันชีวิตตนเองและระบุตนเป็นผู้รับ ประโยชน์ผู้พิจารณาควรพิจารณาตรวจสอบโดยละเอียดว่า เหตุใดจึงไม่ยอมระบุบุคคลอื่นซึ่งเหมาะสมจะเป็นผู้รับประโยชน์ได้ มีเบื้องหลังของการขอเอาประกันชีวิตหรือไม่ ใครเป็นผู้ขอเอาประกันชีวิตและชำระเบี้ยประกันภัยที่แท้จริง เพราะอาจเป็นการขอเอาประกันชีวิตที่มีเจตนาทุจริตแอบแฝง โดยหวังเพียงให้ผ่านการพิจารณารับประกันชีวิต และออกกรมธรรม์ก่อนแล้ว จึงจัดการขอเปลี่ยนหรือเพิ่มผู้รับประโยชน์ในภายหลัง ผู้รับประโยชน์และความสัมพันธ์ที่ระบุไว้ในใบคำขอ ควรถูกต้องสอดคล้องกัน บางครั้งอาจต้องมีหลักฐานประกอบเพื่อยืนยันความสัมพันธ์นั้น เช่น หลักฐานทางราชการ บันทึกยืนยันจากผู้เอาประกันภัย หรือผู้บริหารฝ่ายขาย มีหลายกรณีที่ผู้พิจารณาไม่อาจผ่านปัญหาไปได้จนกว่าจะมีการเปลี่ยนเป็นผู้รับประโยชน์ที่เหมาะสม หรืออาจจำเป็นต้องปฏิเสธการพิจารณารับประกันโดยสิ้นเชิง
2. หลักสุจริตอย่างยิ่ง
สำหรับกรมธรรม์ประกันชีวิตต้องการความซื่อสัตย์สุจริตยิ่งกว่ากรมธรรม์ธรรมดา กล่าวคือ ผู้รับประกันภัยต้องมีความเชื่อก่อนที่จะเข้าเสี่ยงภัยว่าผู้เอาประกันภัยจะต้องให้ข้อมูลต่าง ๆ ตามความจริง หรือไม่ปกปิดข้อความจริงต่าง ๆ ที่ควรแจ้งให้ผู้รับประกันภัยทราบ เพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้ผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายรู้ฝ่ายเดียว ผู้รับประกันภัยไม่มีโอกาสทราบได้เลย การตัดสินใจของผู้รับประกันภัยขึ้นอยู่กับข้อมูลหรือข้อความจริงเหล่านี้ ที่ผู้เอาประกันภัยแถลงให้ทราบ ส่วนผู้เอาประกันภัยก็มีความเชื่อและศรัทธาว่า เมื่อมีการเสียชีวิตเกิดขึ้นและตนได้รับความเสียหาย ก็จะได้รับค่าสินไหมทดแทนหรือใช้เงินให้ตามจำนวนที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ หากผู้เอาประกันภัยไม่เปิดเผยข้อความจริง ซึ่งอาจทำให้ผู้รับประกันภัยเรียกเก็บเบี้ยประกันภัยให้สูงขึ้น หรือไม่รับทำประกันชีวิต หากบริษัทตรวจสอบพบว่า ผู้เอาประกันภัยไม่เปิดเผยข้อความจริงหรือแถลงข้อความเท็จซึ่งเป็นสาระสำคัญ ภายใน 2 ปี นับจากวันทำกรมธรรม์หรือวันต่ออายุกรมธรรม์ครั้งสุดท้าย บริษัทสามารถบอกล้างกรมธรรม์และคืนเบี้ยทั้งหมดให้แก่ผู้เอาประกันภัย
ขอบคุณข้อมูลจาก www.assurancebasic.com
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Related posts:




