สัญญาพิเศษเพิ่มเติมในการประกันชีวิต
- สัญญาพิเศษเพิ่มเติมประกันภัยอุบัติเหตุ
- สัญญาพิเศษเพิ่มเติมประกันภัยสุขภาพ
1. สัญญาพิเศษเพิ่มเติมประกันภัยอุบัติเหตุ
1.1 ความหมายของสัญญาพิเศษเพิ่มเติมประกันภัยอุบัติเหตุ
เป็นการประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองต่อผู้เอาประกันภัยในกรณีที่ผู้เอา ประกันภัย ประสบอุบัติเหตุได้รับความบาดเจ็บทางร่างกาย และหากผลของการบาดเจ็บนั้นส่งผลให้ผู้เอาประกันภัยต้องเข้ารับการรักษา พยาบาล หรือรุนแรงถึงขั้นทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะ หรือเสียชีวิต บริษัทประกันภัยจะเข้ามารับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจาก การรักษาพยาบาลของผู้เอาประกันภัย หรือจ่ายค่าทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยหากผู้เอาประกันภัยต้องสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต
1.2 ชนิดของกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุ : การประกันภัยอุบัติเหตุแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่
(1) กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล เป็นการประกันภัยเฉพาะบุคคลเพียงคนเดียว
(2) กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม เป็นการประกันภัยสำหรับกลุ่มบุคคล เช่น กลุ่มพนักงานของ บริษัท กลุ่มข้าราชการ เป็นต้น
(3) กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุสำหรับนักเรียน นิสิต และนักศึกษา เป็นการทำประกันภัยกลุ่มโดยที่สถาบันการศึกษาเป็นผู้จัดทำให้แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ของสถาบันนั้นๆ
1.3 แบบความคุ้มครองของการประกันภัยอุบัติเหตุ
กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล และอุบัติเหตุกลุ่ม มี 2 แบบ คือ แบบ อบ.1 และแบบ อบ.2 ซึ่งแบบ อบ.1 จะให้ความคุ้มครองน้อยกว่าแบบ อบ.2 ดังนี้
1.3.1 แบบ อบ.1 ให้ความคุ้มครอง
(1) การเสียชีวิต
(2) การสูญเสียอวัยวะ/สายตา (สูญเสียสายตา มือ และเท้า)
(3) การรักษาพยาบาล
1.3.2 แบบ อบ.2 ให้ความคุ้มครองเพิ่มจาก อบ.1 คือ การสูญเสียนิ้ว การสูญเสียการรับฟังเสียง/การพูดออกเสียง และการทุพพลภาพถาวรบางส่วน
(สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับนักเรียน นิสิต และนักศึกษานั้น จะมีเฉพาะแบบ อบ.1 เท่านั้น)
1.3.3 ในการประกันภัยอุบัติเหตุ สามารถซื้อความคุ้มครองเพิ่ม
(1) ค่าชดเชยรายวันตามการเข้ารักษาในโรงพยาบาล
(2) อุบัติเหตุจากฆาตกรรม ทำร้ายร่างกายโดยเจตนา จลาจล และสงครามกลางเมือง การปฏิวัติ การกบฏ ฯ
1.4 ข้อยกเว้นการจ่ายผลประโยชน์
การประกันภัยอุบัติเหตุ จะมุ่งให้ความคุ้มครองที่เป็นความเสี่ยงภัยพื้นฐานของคนทั่วไปเท่านั้น ดังนั้นจึงมีการกำหนดข้อยกเว้นในกรมธรรม์ประกันภัยที่จะไม่คุ้มครองใน เหตุการณ์บางอย่าง อาทิเช่น
(1) การกระทำของผู้เอาประกันภัยขณะอยู่ภายใต้ฤทธิ์สุราหรือยาเสพติด
(2) การฆ่าตัวตาย พยายามฆ่าตัวตาย หรือการทำร้ายร่างกายตนเอง
(3) การแท้งลูก
(4) สงคราม การปฏิบัติ การกบฏ
(5) การจลาจล การนัดหยุดงาน การที่ประชาชนก่อความวุ่นวายลุกฮือต่อต้านรัฐบาล
(6) การแผ่รังสีหรือกัมมันตภาพรังสีจากเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ อาวุธนิวเคลียร์
(7) การเล่นหรือแข่งกีฬาอันตราย เช่น การดำน้ำ การเล่นบันจี้จั๊มพ์ เล่นสกี การแข่งรถ แข่งเรือ แข่งสเก็ต เป็นต้น
(8) ขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์
(9) ขณะที่โดยสารอยู่ในเครื่องบินที่มิใช่สายการบินพาณิชย์เช่น เฮลิคอปเตอร์
(10) ขณะที่เข้าร่วมการทะเลาะวิวาท ก่ออาชญากรรม หรือหลบหนีการจับกุม
(11) ขณะที่เข้าปราบปรามหรือปฏิบัติการทางสงครามหากผู้เอาประกันภัยเป็นทหาร ตำรวจ หรืออาสาสมัคร
1.5 การเปลี่ยนแปลงข้อยกเว้นการจ่ายผลประโยชน์
หากผู้เอาประกันภัยต้องการให้ได้รับความคุ้มครองในเหตุการณ์ที่ระบุไว้ในข้อ ยกเว้นก็สามารถที่จะจ่ายเบี้ยประกันภัย เพิ่มเติมเพื่อขอขยายความคุ้มครองได้ แต่ทั้งนี้การขอขยายความคุ้มครองนั้นสามารถทำได้เพียง 5 กรณีเท่านั้น ได้แก่
(1) การขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์
(2) การจลาจล การนัดหยุดงาน
(3) การสงคราม
(4) การโดยสารอากาศยานที่มิได้ประกอบการโดยสารการบินพาณิชย์
(5) การเล่นหรือแข่งกีฬาอันตราย
1.6 ปัจจัยในการกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยอุบัติเหตุ
(1) กลุ่มคน การทำประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม อัตราเบี้ยประกันภัยจะถูกกว่าการทำประกันภัยอุบัติเหตุรายบุคคล และอุบัติเหตุกลุ่มนักเรียนจะถูกกว่าอุบัติเหตุกลุ่มบุคคลทั่วไป
(2) อาชีพ ในการรับประกันภัยทั่วไป แบ่งเป็น 4 ขั้น
- อาชีพ ขั้น 1 ทำงานประจำในสำนักงาน
- อาชีพ ขั้น 2 ปฏิบัติงานที่ใช้วิชาชีพที่ต้องทำงานกลางแจ้งตลอดเวลา
- อาชีพ ขั้น 3 ปฏิบัติงานด้านช่าง กระบวนการผลิต ใช้เครื่องจักรกลหนัก ผู้ใช้แรงงาน การเดินทาง หรือทำงานนอกสำนักงานเป็นประจำ
- อาชีพ ขั้น 4 อาชีพพิเศษที่มีความเสี่ยงสูงมากกว่าขั้นอื่นๆ เป็นพิเศษ เช่น นักแสดงผาดโผน เป็นต้น
(3) อายุ อายุมากอัตราเบี้ยประกันภัยจะสูงกว่าอายุน้อย
(4) ความคุ้มครอง
(5) ความคุ้มครองเพิ่มเติม จากที่ยกเว้นไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย
(6) จำนวนเงินเอาประกันภัย
(7) การกำหนดจำนวนความรับผิดส่วนแรก
2. สัญญาพิเศษเพิ่มเติมประกันสุขภาพ
2.1 การประกันสุขภาพ คือ การประกันภัยที่บริษัทประกันภัยตกลงที่จะชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการ รักษาพยาบาลของผู้เอาประกันภัย ไม่ว่าค่ารักษาพยาบาลนั้นจะเกิดขึ้นจากเจ็บป่วย จากโรคภัย หรือการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ให้แก่ผู้เอาประกันภัย
2.2 การประกันสุขภาพมีกี่ประเภท
การประกันสุขภาพโดยทั่วไปแล้วแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
(1) การประกันสุขภาพกลุ่ม
(2) การประกันสุขภาพส่วนบุคคล
2.3 ขอบเขตความคุ้มครองของแต่ละประเภท
การประกันสุขภาพทั้ง 2 ประเภทนี้ ให้ความคุ้มครองที่เหมือนกัน ซึ่งผู้สนใจสามารถเลือกซื้อตามความต้องการ ได้แก่
(1) ความคุ้มครองเมื่อผู้เอาประกันภัยต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล เพราะการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือการป่วยไข้ โดยจะชดเชยค่าใช้จ่ายอันเกิดจาก
- ค่าห้องและค่าอาหาร
- ค่าบริการทั่วไป
- ค่าใช้จ่ายในกรณีที่มีการรักษาพยาบาลหรือผ่าตัดฉุกเฉินภายใน 24 ชั่วโมงหลังการเกิดอุบัติเหตุ
(2) ความคุ้มครองค่าใช้จ่ายสำหรับการผ่าตัด และค่าปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการผ่าตัด
(3) ค่าชดเชยรายวันจากการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลในฐานะผู้ป่วยใน
(4) ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากแพทย์มาดูแล
(5) ค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาที่คลินิก หรือแผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล
(6) ค่าใช้จ่ายในการคลอดบุตร
(7) ค่าใช้จ่ายในการรักษาฟัน
(8) การชดเชยค่าใช้จ่ายอันเกิดขึ้นจากการบริการ โดยพยาบาลพิเศษขณะอยู่ในโรงพยาบาลหรือที่บ้าน ภายหลังจากการรักษาในโรงพยาบาล ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามคำสั่งของแพทย์
2.4 การคิดเบี้ยประกันสุขภาพขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ดังนี้
(1) อายุ – อายุมาก เบี้ยประกันภัยสูงกว่าอายุน้อย
(2) เพศ – เพศหญิง เบี้ยประกันภัยสูงกว่าเพศชาย
(3) สุขภาพ – ประวัติสุขภาพดี เบี้ยประกันภัยจะน้อยกว่าประวัติสุขภาพไม่สมบูรณ์
(4) อาชีพ – มีความเสี่ยงน้อย เบี้ยประกันภัยจะน้อยกว่าความเสี่ยงสูง
(5) การดำเนินชีวิต – เช่น การดื่มเหล้า สูบบุหรี่ เป็นต้น
(6) ความคุ้มครองที่ต้องการ – ความคุ้มครองสูง เบี้ยประกันภัยจะสูงกว่าความคุ้มครองน้อย
(7) จำนวนบุคคล – จำนวนบุคคลมาก เบี้ยประกันภัยจะถูกกว่าจำนวนบุคคลน้อย
ที่มา:สมาคมประกันชีวิตไทย
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Related posts:





