1. การเสี่ยงภัย (Risk) และการประกันภัย (Insurance)
1.1 การเสี่ยงภัย (Risk) ตัวภัย(Peril) และภาวะภัย(Hazard)
1.1.1 การเสี่ยงภัย(Risk) คือ โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์อย่างหนึ่งในอนาคตซึ่งไม่แน่นอน อันจะนำมาซึ่งความเสียหายทางเศรษฐกิจ
สรุป การเสี่ยงภัยจะประกอบด้วย 4 ปัจจัย
- โอกาสหรือความเป็นไปได้ (Probability, Possibility หรือ Chance)
- เหตุการณ์ในอนาคต (Occurrence, Event, Contingency)
- ความไม่แน่นอน (Uncertainty)
- ความเสียหาย (Loss, Undesirable, Unfavorable)
1.1.2 ตัวภัย (Peril) หมายถึงเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหาย เช่น การระเบิด น้ำท่วม แผ่นดินไหว ไฟไหม้ การชน การลักทรัพย์ การตาย และการเจ็บป่วย เป็นต้น
1.1.3 ภาวะภัย (Hazard) หมายถึง ปัจจัยหรือเงื่อนไขที่ทำให้เกิดการเสี่ยงภัยมากขึ้นหรือ น้อยลง ภาวะภัยแบ่งเป็น 3 อย่าง
- ภาวะภัยทางวัตถุ (Physical Hazards)
- ภาวะภัยทางศีลธรรม (Moral Hazards)
- ภาวะภัยทางอุปนิสัย (Morale Hazards)
1.2 การบริหารการเสี่ยงภัย
แยกเป็น 7 ประเภท
- การเสี่ยงภัยเอง (Assumption หรือ Retention Risk)
- การหลบเลี่ยงการเสี่ยงภัย (Evation)
- การหลีกเลี่ยงการเสี่ยงภัย (Avoidance)
- การลดการเสี่ยงภัย (Reduction)
- การป้องกัน (Prevention)
- การปกป้อง (Protection)
- การจำกัดความรับผิดในรูปต่างๆ
5. การโอนการเสี่ยงภัย (Transfer)
- การประกันภัย (Insurance)
- การให้เช่าทรัพย์สินโดยมีสัญญาผูกมัดผู้เช่า
- การค้ำประกัน
6. การรวมกลุ่ม (Combination)
- การประกันภัยร่วม (Coinsurance)
- การค้ำประกันร่วม
- บริษัทจำกัด
(7) การสร้างความเป็นกลาง (Neutralization)
สรุป การประกันภัย เป็นวิธีการหนึ่งของการบริหารการเสี่ยงภัย ซึ่งถูกจัดอยู่ในประเภทการโอนการเสี่ยงภัย (Transfer)
1.3 การประกันภัยคืออะไร
การประกันภัย คือ วิธีการหนึ่งของการบริหารการเสี่ยงภัยโดยการโอนการเสี่ยงภัย หรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตจากบุคคลหนึ่งไปให้บุคคลอื่น จะเป็นทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 861 บัญญัติว่า อันว่าสัญญาประกันภัยนั้น คือ สัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่งตกลงจะใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือใช้เงินจำนวนหนึ่งให้ในกรณีวินาศภัยหากมีขึ้น หรือในเหตุอย่างอื่นในอนาคต ดังได้ระบุไว้ในสัญญา และในการนี้บุคคลอีกคนหนึ่งตกลงจะส่งเงินซึ่งเรียกว่า “เบี้ยประกันภัย”
1.4 ประเภทของการประกันภัย
1.4.1 ประเภทของการประกันภัยในต่างประเทศ
- การประกันภัยเกี่ยวกับบุคคล
- การประกันภัยเกี่ยวกับทรัพย์สิน
- การประกันภัยเกี่ยวกับความรับผิดตามกฎหมาย
1.4.2 ประเภทของการประกันภัยในประเทศไทย
(1) การประกันชีวิต
- เป็นการประกันภัยที่อาศัยการทรงชีพและมรณะของบุคคล เป็นเหตุแห่งการจ่ายเงิน
- เป็นการใช้เงินจำนวนหนึ่งให้ ตามจำนวนเงินเอาประกันภัย
(2) การประกันวินาศภัย
- เป็นการประกันภัยที่อาศัยเหตุอื่นๆ ที่มิใช่การทรงชีพหรือมรณะ ของบุคคลในการจ่ายเงิน
- เป็นการใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ ตามความเสียหายจริงแต่ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัย (ใช้หลัก Indemnity)
1.5 ประโยชน์ของการประกันชีวิต
1.5.1 ประโยชน์ต่อผู้เอาประกันภัย
(1) ให้ความคุ้มครอง
- บรรเทาความเดือดร้อน
- เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาของบุตร
- เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล
- เพื่อสร้างหลักประกันเมื่อเกิดทุพพลภาพ
(2) การออมทรัพย์ มีเงินก้อนยามฉุกเฉินหรือยามชรา หรือเมื่อมีหนี้สิน
(3) นำเบี้ยประกันภัยมาลดหย่อนภาษี กรมธรรม์ประกันชีวิต ถ้าซื้อตั้งแต่ 1 มกราคม 2551 ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามจำนวนเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
1.5.2 ประโยชน์ต่อ เศรษฐกิจ สังคม ของประเทศ
1.6 ความแตกต่างของการประกันชีวิตกับการฝากเงินกับธนาคาร
- การได้รับคืนเงินฝาก และ การได้รับค่าสินไหมประกันชีวิต
- เวลาในการฝากเงินกับธนาคาร และ การจ่ายเบี้ยประกันชีวิต
- จำนวนเงินฝาก และ จำนวนเบี้ยประกันชีวิต
- การถอนเงินและการเวนคืนกรมธรรม์ประกันชีวิต
- การประกันชีวิตจะได้ความคุ้มครองด้านอื่นๆ ด้วย
– ค่ารักษาพยาบาล
– สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ และ ความชราภาพ
6. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
– ประกันชีวิตลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท ตั้งแต่ 1 มกราคม 2551
ที่มา : สมาคมประกันชีวิต
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Related posts:





