เยื่อหุ้มสมอง (Meninges) หมายถึงแผ่นเยื่อบาง ๆ ที่ห่อหุ้มเนื้อสมองและไขสันหลังไว้ ถ้าเยื่อนี้เกิดจากติดเชื้ออักเสบ เราเรียกว่า เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
โรคนี้ นับว่าเป็นโรคที่มีอันตรายร้ายแรง ซึ่งยังพบได้บ่อยในบ้านเราในคนทุกเพศและทุกอายุ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจตายหรือพิการได้
สาเหตุ
เยื่อหุ้มสมองอักเสบแบ่งออกได้หลายชนิด ซึ่งมีสาเหตุและความรุนแรงแตกต่างกันไป เช่น
- เยื่อหุ้มสมองอักเสบเฉียบพลันชนิดมีหนอง ( acute purulent meningitis) อาจเกิดเชื้อนิวโมค็อกคัส (Pneumococcus), สเตรปโตค็อกคัส (streptococcus), สแตฟฟีโลค็อกคัส (Staphylococcus), อีโคไล (E.coli), เมนิงโกค็อกคัส (Meningococcus) เป็นต้น ซึ่งมักจะมีอาการเกิดขึ้นฉับพลันทันที และมีความรุนแรง อาจเป็นอันตรายในเวลาอันรวดเร็ว เชื้อโรคอาจแพร่กระจายจากแหล่งติดเชื้อที่ส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย (เช่น ปอดอักเสบ, กระดูกอักเสบ, คออักเสบ) ผ่านกระแสเลือดมาที่เยื่อหุ้มสมอง หรือ ไม่ก็อาจลุกลามโดยตรง เช่นผู้ป่วยหูชั้นกลางอักเสบเรื้อรัง อาจมีเชื้อโรคจากหูชั้นกลางลุกลามมาถึงเยื่อหุ้มสมองโดยตรง, หรือผู้ป่วยที่มีกะโหลกศีรษะแตก อาจมีเชื้อโรคลุกลามจากภายนอก เป็นต้น
- เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากวัณโรค (Tuberculous meningititis) เกิดจากเชื้อวัณโรค ซึ่งมักจะแพร่กระจายจากปอด หรือส่วนอื่น ๆ ของร่างกายมาที่เยื่อหุ้มสมองโดยผ่านทางกระแสเลือด โรคนี้มักจะมีอาการค่อย ๆ เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ อาจกินเวลาเป็นสัปดาห์ แต่ผู้ป่วยมักจะมาหาหมอเมื่อมีอาการรุนแรง จึงทำให้มีอัตราตายหรือพิการค่อนข้างสูงพบได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ พบมากในเด็กอายุ 1-5 ปี
- เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากไวรัส (Viral meningitis) อาจเกิดจากเชื้อคางทูม, เชื้อเอ็นเทโรไวรัส(enterovirus), เชื้อค็อกแซกคี (coxsackie) เป็นต้น เชื้อโรคมักแพร่กระจายผ่านทางกระแสเลือด มักจะทำให้มีอาการอักเสบของสมองร่วมกับเยื่อหุ้มสมอง
- เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อรา ที่พบบ่อยในบ้านเรามีสาเหตุจากเชื้อคริปโตค็อกคัส (cryptococcus) ซึงพบในอุจจาระของนกพิราบ ไก่ และตามดิน เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายโดยการหายใจเข้าทางปอด ผ่านกระแสเลือดไปที่เยื่อหุ้มสมอง จะมีอาการค่อย เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ เช่นเดียวกับเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากวัณโรค มักพบในคนสูงอายุและคนที่มีร่างกายอ่อนแอเนื่องจากเป็นมะเร็งหรือโรค เรื้อรัง ส่วนในเด็กพบได้น้อยมาก เป็นโรคที่มีอันตรายร้ายแรงชนิดหนึ่ง
- เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากพยาธิ (Eosinophilic meningitis) ที่พบบ่อยในบ้านเราได้แก่ตัวจี๊ด (236) และพยาธิแองจิโอ (Angiostrongylus canthonensis) โรคนี้อาจมีความรุนแรงมากน้อยแล้วแต่ความผิดปกติที่เกิดขึ้นในสมอง ถ้ามีเลือดคั่งในสมองหรือสมองส่วนสำคัญถูกทำลายก็อาจทำให้ตายหรือพิการได้ ถ้าเป็นไม่รุนแรงก็จะหายได้เอง พยาธิแองจิโอ1-2 เดือน พยาธิเข้าไปในกระเพาะลำไส้และไชเข้าสู่กระแสเลือด แล้วขึ้นไปที่สมอง โรคนี้มักพบในตอนปลายฤดูฝน เพราะเป็นช่วงที่หอยโข่งตัวโตเต็มที่ ซึ่งชาวบ้านจะจับกิน
อาการ
- อาการที่เป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้ ได้แก่ มีไข้ ปวดศีรษะรุนแรง อาเจียนมาก และคอแข็ง (คอแอ่นไปข้างหลัง และก้มไม่ลง)
- ผู้ป่วยส่วนมากจะบ่นปวดศีรษะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลามีการเคลื่อนไหวศีรษะ (เช่น ก้มศีรษะ) มักจะปวดติดต่อกันหลายวัน และอาจรู้สึกปวดคล้าย ศีรษะจะระเบิด กินยาแก้ปวดก็ไม่ช่วยให้ทุเลา
- ส่วนอาการไข้ อาจมีไข้สูงตลอดเวลา หรือไข้ต่ำ ๆ ก็ได้ แล้วแต่สาเหตุ ถ้ามีสาเหตุจากพยาธิ อาจมีไข้ต่ำ ๆ หรือไม่มีไข้ก็ได้ถ้าหากไม่ได้รับการรักษา ต่อมาผู้ป่วยจะมีอาการกระสับกระส่าย สับสน ซึมลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งหมดสติ
- นอกจากนี้ยังอาจมีอาการกลัวแสง เห็นภาพซ้อน กลืนลำบาก แขนขาเป็นอัมพาตหรือชักติด ๆ กันนาน ๆ
- ในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ อาการอาจไม่ค่อยชัดเจน อาจมีไข้สูง กระสับกระส่าย ร้องไห้เสียงแหลม อาเจียน ชัก กระหม่อมโป่งตึง อาจตรวจไม่พบอาการคอแข็ง
- ในผู้ป่วยที่เป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบเฉียบพลันชนิดเป็นหนอง อาจมีอาการคล้ายไข้หวัดหรือเจ็บคอนำมาก่อนสัก 12-24 ชั่วโมง แล้วจึงเกิดอาการปวดศีรษะ อาเจียน คอแข็ง
- ถ้ามีสาเหตุจากเชื้อเมนิงโกค็อกคัส อาจมีผื่นแดงจ้ำเขียวขึ้นตามผิวหนังร่วมด้วย และอาจเกิดภาวะช็อกอย่างรวดเร็ว โรคนี้อาจพบระบาดได้ สามารถติดต่อทางระบบทางเดินหายใจ ชาวบ้านเรียกว่า ไข้กาฬหลังแอ่น
- ในรายที่เป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากไวรัส มักมีอาการเกิดขึ้นเฉียบพลันด้วย อาการไข้ ปวดศีรษะ อาเจียน คอแข็ง ซึม หรือ ชัก ส่วนมากจะมีอาการอยู่ประมาณ 2 วันถึง 2 สัปดาห์ แล้วจะค่อย ๆ หายจนเป็นปกติ ส่วนน้อยอาจมีโรคแทรกซ้อน
- ถ้ามีสาเหตุจากเชื้อวัณโรคหรือเชื้อรา มักจะมีอาการเป็นไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน นำมาก่อนประมาณ 2-3 สัปดาห์ ต่อมาจึงมีอาการคอแข็ง ปวดศีรษะรุนแรง หรือชัก
- ถ้ามีสาเหตุจากพยาธิ มักมีอาการปวดศีรษะรุนแรง อาเจียน คอแข็ง บางคนอาจมีอาการอัมพาตของใบหน้าหรือแขนขา ถ้ามีสาเหตุจากตัวจี๊ด อาจมีประวัติอาการของโรคพยาธิตัวจี๊ด เป็นต้น
อาการแทรกซ้อน
มักพบในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือได้รับการรักษาช้าไป มักพบในผู้ป่วยที่มีสาเหตุจากเชื้อแบคทีเรีย (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เชื้อวัณโรค, เชื้อเมนิงโกค็อกคัส) เชื้อราและพยาธิ
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบได้ เช่น แขนขาเป็นอัมพาต, หูหนวก, ตาเหล่, ปากเบี้ยว, โรคลมชัก (70), สมองพิการ (80), ปัญญาอ่อน, น้ำคั่งในสมองหรือไฮโดรเซฟาลัส (hydrocephalus), ฝีในสมอง (82) เป็นต้น
ข้อแนะนำ
- โรคนี้จัดเป็นโรคร้ายแรงชนิดหนึ่ง ถ้าหากให้การรักษายิ่งช้าก็ยิ่งมีอันตราย ดังนั้น ถ้าพบคนที่มีอาการปวดศีรษะ หรืออาเจียนรุนแรงที่ชวนสงสัยว่าจะเป็นโรคนี้ ควรส่งผู้ป่วยไปโรงพยาบาลทันที
- โรคนี้ป้องกันได้โดย
- การป้องกันมิให้เป็นวัณโรค โดยการฉีดวัคซีนบีซีจี ตั้งแต่แรกเกิด และถ้าเป็นวัณโรค ควรให้รักษาให้หายขาด เพื่อป้องกันมิให้เกิดโรคแทรกซ้อนหรือแพร่เชื้อให้ผู้อื่น
- ป้องกันมิให้เป็นโรคพยาธิตัวจี๊ด และโรคพยาธิแองจิโอ โดยการไม่กิน กุ้ง ปลา หรือหอยโข่งดิบ
- ถ้าเป็นโรคหูน้ำหนวก หรือหูชั้นกลางอักเสบ ควรรีบรักษา อย่าปล่อยให้เป็นเรื้อรังจนเข้าสมอง
- ในกรณีที่เป็นผู้สัมผัส (ใกล้ชิด) ผู้ป่วยไข้กาฬหลังแอ่น ควรให้ยาปฏิชีวนะไรแฟมพิซิน
แหล่งข้อมูล:
กระทรวงสาธารณสุข. กรมการแพทย์. คู่มือสุขภาพคนไทยในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ. นนทบุรี: กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, 2552. หน้า 92-96.
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Related posts:





