“ในทางทฤษฏีมีความเป็นไปได้ เชื้ออีโคไลที่กำลังแพร่ระบาดในยุโรปหลายประเทศ มีความเป็นไปได้ว่าจะระบาดมาถึงไทยได้”
นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงการแพร่ระบาดของเชื้อแบคทีเรียอีโคโลที่ทำให้คนยุโรปขวัญผวา เนื่องจากพบผู้ป่วยติดเชื้อไปแล้วกว่า 1,150 รายใน 8 ประเทศเป็นอย่างน้อย พบมากเป็นพิเศษในภาคเหนือของเยอรมนี ในเขตเมือง Muenster,Paderborn,Hamburg และ Frandfurt
และทำให้ชาวยุโรปติดเชื้อเสียชีวิตไปแล้ัวอย่างน้อย 16 คน ในเยอรมนี 15 คน และสวีเดน 1 คน แม้ในทางทฤษฏีจะสามารถแพร่เชื้อมายังไทยได้ แต่รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ บอกว่า คนไทยไม่ต้องเห่อกลัวตามฝรั่งชาติตะวันตก เพราะโรคนี้จะเป็นที่วิตกตื่นตกใจกันเฉพาะในหมุ่ประเทศศิวิไลซ์ที่พัฒนาแล้วเท่านั้น
ชาติงั้น ๆ อย่างไทย..ไม่ต้องตื่นตูมตามให้มากน้อย ด้วยเชื้ออีโคไล เป็นเชื้อแบคทีเรียมาตรฐานดั้งเดิม มีอยู่คู่โลกมาแต่ดึกดำบรรพ์แล้ว ที่ไหนสกปรก ที่นั่นมักจะมีเชื้อนี้ ยิ่งสกปรกมาก เชื่อจะยิ่งมีมาก เนื่องจากเป็นเชื้อแบคทีเรียที่ชอบอยู่อาศัยในลำไส้ใหญ่ของสัตว์กีบ เช่น ม้า วัว ควาย แพะ แกะ หมู รวมทั้งในลำไส้ใหญ่ของคน อีโคไลก็ชอบอยู่เหมือนกัน
ม้า วัว ควาย แพะ แกะ หมู และคน ถ่ายทุกข์ที่ไหน เชื้อตัวนี้จะปนออกมาพร้อมกับอุจจาระด้วย ถ่ายทุกข์เรี่ยราด เชื้อสามารถระบาดไปได้ทั่ว แต่เชื้ออีโคไล มีทั้งเชื้อดีไม่มีพิษ และเชื้อมีพิษ สำหรับเชื้อมีพิษ มีอยู่ด้วยกัน 5 ชนิด ..4 ชนิด มีพิษสงทำให้คนเจ็บป่วยเกิดอาการท้องเสีย ท้องร่วง คล้ายเป็นโรคบิด อหิวาตกโรค
มีอยู่ชนิดเดียวที่เรียกว่า Shiga-toxin producing ร้ายสุด ทำให้ผู้ป่วยอุจจาระออกมาเป็นเลือด เนื่องจากเป้นเชื้อที่สร้างพิษขึ้นมาได้ และพิษมีฤทธิ์ทำให้เม็ดเลือดแดงแตกตัว กลายเป็นเม็ดเลือดเสีย ทำให้ไตต้องทำงานหนักในการกำจัดเลือดเสีย จนไตวายและจะเสียชีวิตไปในที่สุด
และเชื้ออีโคไลมีพิษชนิดร้ายแรงนี้ ยังสามารถแยกย่อยออกได้ีอีกหลายสิบสายพันธุ์ แต่ที่ตรวจพบบ่อยในบ้านเรา มีสายพันธ์โอ-157,โอ-145,โอ-111 และ โอ-26 ส่วนสายพันธ์ โอ-104 ที่ระบาดอยู่ในยุโโรปตอนนี้ ยังไม่เคยตรวจพบเจอในเมืองไทย
“ที่ผรั่งกลัวก็เพราะว่า บ้านเมืองเขาเจริญ การขับถ่ายเรีี่ยราดไม่มี การระบาดของเชื้อเลยหายไปนาน การเจ็บป่วยโรคนี้ก็ไม่ค่อยพบ แต่เชื้อนี้จะมีให้กันมากเฉพาะในประเทศที่ด้อยพัฒนา และด้วยเชื้อมีมากในประเทศด้อยพัฒนา คนในประเทศยากจนได้รับเชื้อบ่อย ก็เลยมีภูมิคุ้มกันที่จะสู้เชื้อโรคได้ ในขณะที่ชาติพัฒนาแล้วผู้คนไม่ค่อยได้รับเชื้อ ภูมิคุ้มกันเลยไม่มี เจอเข้าไปอาการก็เลยหนักกว่าคนในชาติที่ไม่เจริญเท่า”
ที่สำคัญ ดร.ปฐม บอกว่า ประเทศที่เจริญแล้ว พบผู้ป่วยด้วยโรคแบบนี้ เชขาจะมองเป็นเรื่องน่าอับอายร้ายแรก ที่โรคจากความสกปรกแบบชาติด้อยพัฒนามาเกิดขึ้นในบ้านเมืองของตัวเองได้ เป็นเรื่องเสียหายร้ายแรก เพราะคนไม่มีภูมิคุ้มกัน เมื่อพบการระบาดเกิดขึ้น ก็เลยเป็นเรื่องราวใหญ่โตสำหรับบ้านเมืองที่พัฒนาแล้ว
ด้วยเหตุนี้แหละ คนไทยเลยมิต้องเห่อตื่นกลัวไปตามฝรั่ง แม้ในทางทฤษฏีมันจะแพร่ระบาดมาเมืองไทยได้ก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติ ไม่ต้องกลัวว่าจะมาถึงไทย เพราะเราไม่ได้สั่งผัก เนื้อสัตว์นำเข้าจากยุโรปมากินแต่อย่างใด
ถึงไม้เชื้ออีโคไลจะติดมากับอย่างอื่นได้ก็ตาม คนไทยมิต้องกังวล วิธีป้องกัน ทำไม่ยาก
หลักการ “กินร้อย ช้อนกลาง ล้างมือ” ที่รณรงค์กันตอนไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ระบาด ช่วยป้องกันอีโคไลได้ดี เพราะถ้าสมมติว่า เชื้ออีโคไลติดมากับฝรั่งจากยุโรปที่บินมาเที่ยวบ้านเรา แม้โอกาสจะน้อยนิด แต่ถ้าฝรั่งมาถึง การแพร่เชื้อระบาดในบ้านเราก็พอมี ด้วยฝรั่งถ่ายทุกข์ ล้างก้นแล้วเอามือไม่สะอาดไปจับโน่นจับนี่
แล้วให้บังเอิญมือเราคนไทยไปสัมผัสจับตาม เราเอามือเข้าปาก เชื้อมีสิทธิจะเข้าสู่คนไทยแลเแพร่เชื้อต่อไปได้ แต่ถ้าเราล้างมือบ่อยเชื้อแทบไจะไม่มีโอกาสเข้าสู่ตัวเราได้เลย ยิ่งกินร้อน กินของสุกได้เป็นดี เพราะถูกต้มผัดแกงทอดปิ้งย่าง เชื้อตัวนี้ไม่รอด
ฝรั่งที่ติดเชื้อเจ็บป่วยตาย การสืบสวนโรคโดยสถาบัน Robert Koch และสาธารณสุขเมือง Hamburg พบความสัมพันธ์ของผู้ป่วยกับการกินผักสลัด มะเขือเทศ แตงกวา กินกันสด ๆ ดิบ ๆ แบบไม่ล้างให้สะอาดก่อน โดยที่ร้านอาหารและผู้บริโภคไม่รู้ว่าผักเหล่านั้นตอนปลูกเขาราดรดด้วยปุ๋ยอุจจาระอะไร หรือปนเปื้อนเชื้อจากอุจจาระในขั้นตอนไหน ตรงนี้แหละต้นตอของการแพร่เชื้อ ที่เยอรมนียังสรุปหาสาเหตุไม่เจอว่าใช่มาจากสเปนจริงหรือเปล่า การควบคุมโรคให้อยู่ในวงจำกัด ยังไม่สามารถทำได้
และอีกเหตุผลที่คนไทยไม่ต้องกล้วเจ็บป่วย วิธีการรักษาไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องใช้ยา เพราะการรักษาเชื้ออีโคไลชนิดร้ายแรงสารพัน ห้ามใช้ยาฆ่าเชื้อกับผู้ป่วย ยาฆ่้าเชื้อจะยิ่งไปกระตุ้นให้เชื้อโรคผลิตสารพิษออกมามากขึ้น ยิ่างจะทำคนป่วยทรุดหนักมากขึ้นไปอีก
แต่ถ้ารักษาแบบง่าย ๆ รักษาแบบที่หมอเรียกกันว่า รักษาตามอาการ ท้องเสียมากให้แค่น้ำเกลือทดแทนการสูญเสียน้ำในร่างกาย รักษาแบบนี้เชื้อจะถูกขับออกมาจนหายไปเองได้ ที่สำคัญถึงเชื้อจะเล็ดลอดมาถึงบ้านเราได้ ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต ไทยไม่ใช่ชาติร่ำรวย ยังไงๆ คนไทยมีภูมิคุ้มกันสู้โรคเชื้ออุจจาระพันธุ์นี้ได้
เพราะสถิติเจ็บป่วยของประเทศไทยฟ้องชัด ในรอบ 15 ปี (2536-ปัจจุบัน) มีผู้ติดเชื้อป่วยถึงขั้นมาหาหมอถึงโรงพยาบาล แค่ 7 ราย ไม่มีตายแม้แต่รายเดียว คิดดูก็แล้วกัน คนไทยมีภูมิคุ้มกัน สู้อีโึคไลได้ทนอึดขนาดไหน
ข้อมุลจาก : สกู๊ปหน้า 1 ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 4 มิถุนายน 2554
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
No related posts.




