การเปลี่ยนภาษีนิติบุคคล ให้กลับกลายเป็นรายได้ เปลี่ยนรายจ่ายให้กลายเป็นสวัสดิการในรูปเงินออมพร้อมความคุ้มครองของกรรมการบริษัท โดยถูกต้องตามกฏหมายและเป็นที่ยอมรับจากสรรพากร เป็นวิธีการหนึ่งที่ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการ
หน้าที่ของฝ่ายบัญชี ในการจัดทำบัญชีรายได้ และค่าใช้จ่าย เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีนิติบุคคล ซึ่งจะต้องหาวิธีการที่จะลดภาระภาษีให้มากที่สุด โดยการหาค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเพื่อการเสียภาษีที่น้อยลง และจะดีแค่ไหนถ้าเสียภาษีปีละ 10ล้านแต่ได้คืนมา 3 ล้าน ด้วยวิธีซื้อสินค้าที่เป็นเงินสดที่สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีนิติบุคคลไ้ด้
วิธีการวางแผนลดหย่อนภาษีนิติบุคคล
การซื้อประกันชีวิตให้กรรมการ เป็นทางเลือกหนึ่งด้วยวิธีการนำเอาผลกำไรไปแปลงเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท ในรูปแบบของกรมธรรม์ประกันชีวิต โดยนำกรมธรรม์ประกันชีวิตไปเป็นเครื่องมือในการจัดระบบภาษีให้กับนิติบุคคล ซึ่งนำไปเป็นรายจ่ายได้ 100% ตามที่จ่ายจริง และไม่เสียเปล่า ทั้งนี้ยังเป็นช่องทางที่ถูกต้องตามกฏหมาย และกรมสรรพากรยอมรับ พอจะสรุปดังนี้
- เป็นการใช้รายได้ของนิติบุคคล (บริษัท) ชำระเบี้ยประกันชีวิตแทนกรรมการ/พนักงาน เพราะบริษัทนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ (ตัดเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้)
- บริษัทเสียภาษีนิติบุคคลลดลง เพราะมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นจากเบี้ยประกันชีวิตที่เป็นค่าสวัสดิการพนักงานและกรรมการบริษัท ซึ่งสามารถนำไปเป็นค่าลดหย่อนภาษีนิติบุคคล ซึ่งตัวกรมธรรม์ประกันชีวิตก็จะกลายเป็นเงินออมให้กับพนักงานตลอดสัญญา ประกอบกับระหว่างอายุกรมธรรม์ พนักงานของบริษัทยังได้รับความคุ้มครองอีกด้วย
- เป็นการจ่ายเงินผ่านระบบของบัญชีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
นี่คือวิธีการประหยัดภาษี โดยนำเอาเบี้ยประกันชีวิตที่บริษัทออกให้กรรมการ ไปลดหย่อนภาษีนิติบุคคล ซึ่งสามารถสร้างประโยชน์ได้หลายทาง หากท่านต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม เพียงแต่กรอกรายละเอียดด้านล่าง
No related posts.







